วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ประส่วนตัว

                 

                                    ประวัติส่วนตัว 

     สวัสดีครับ ผมชื่อ ด.ช.กฤตภาส ใจหาญ     อายุ  12  ปี      เลขที่1    ชั้น  ม1/4 

  ศึกษาโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา          บ้านเลขที่100/45         ซอย โฉลกรัฐ24/1 
    
  ถนน โฉลกรัฐ    อําเภอ  เมือง            จังหวัด สุราษฏร์ธานี

                              ชอบวิชา         คณิตศาตร์      เพราะ  คิดเลขเร็ว

                              ไม่ชอบวิชา    อังกฤษ            เพราะ  ไม่เก่งอังกฤษ
                            

                              ผมนิสัย            ตลก  

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

污染污染另外条件而况联欢节天空就克拉急口令急口令即可经济恩平离开金额可怜见科技快乐贷款叛逆开绿灯科技考虑的聘请急口令假大空加快假大空拉家带口连脚裤录放机大赦令企鹅荷花箭客户结合交换机软环境狂欢节代表全会基督教订货会东海岛皮肤抵抗力骄傲抵抗力建立建立而今理解力金额科技而况金额科技科技科技而况就马戏离开金额可怜见科技快乐贷款叛逆开绿灯科技考虑的聘请急口令假大空加快假大空拉家带口连脚裤录放机大赦令企鹅荷花箭客户结合交换机软环境狂欢节代表全会基督教订货会东海岛皮肤抵抗力骄傲抵抗力建立建立而今理解力金额科技而况金额科技科技科技而况就马戏离开金额可怜见科技快乐贷款叛逆开绿灯科技考虑的聘请急口令假大空加快假大空拉家带口连脚裤录放机大赦令企鹅荷花箭客户结合交换机软环境狂欢节代表全会基督教订货会东海岛皮肤抵抗力骄傲抵抗力建立建立而今理解力金额科技而况金额科技科技科技而况就马戏离开金额可怜见科技快乐贷款叛逆开绿灯科技考虑的聘请急口令假大空加快假大空拉家带口连脚裤录放机大赦令企鹅荷花箭客户结合交换机软环境狂欢节代表全会基督教订货会东海岛皮肤抵抗力骄傲抵抗力建立建立而今理解力金额科技而况金额科技科技科技而况就马戏离开金额可怜见科技快乐贷款叛逆开绿灯科技考虑的聘请急口令假大空加快假大空拉家带口连脚裤录放机大赦令企鹅荷花箭客户结合交换机软环境狂欢节代表全会基督教订货会东海岛皮肤抵抗力骄傲抵抗力建立建立而今理解力金额科技而况金额科技科技科技而况就马戏离开金额可怜见科技快乐贷款叛逆开绿灯科技考虑的聘请急口令假大空加快假大空拉家带口连脚裤录放机大赦令企鹅荷花箭客户结合交换机软环境狂欢节代表全会基督教订货会东海岛皮肤抵抗力骄傲抵抗力建立建立而今理解力金额科技而况金额科技科技科技而况就
     
                                                               








วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ข้อพิจารณาในการเลือกซื้อออุปกรณ์ Input

ข้อพิจารณาในการเลือกซื้อออุปกรณ์ Input
เมาส์ คีย์บอร์ด แทร็กบอล
         บรรดาอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบคอมพิวเตอร์นั้น อุปกรณ์รับข้อมูลนับว่าเป็นส่วนสำคัญยิ่งและจำเป็นอย่างหนึ่ง ในที่นี้จะนำเสนอการรวบรวมข้อมูล คุณสมบัติและหลักการทำงานของอุปการณ์รับข้อมูลในระบบไมโครคอมพิวเตอร์ อันได้แก่ แป้นพิมพ์ เมาส์ แทร็กบอล ปากกาแสง และจอภาพแบบสัมผัส เนื่องจากในปัจจุบันอุปกรณ์นี้มีผู้ผลิตออกจำหน่ายมากมาย คุณสมบัติและราคาก็ต่างกัน ข้อมูลต่อไปนี้จะช่วยผู้อ่านในการตัดสินใจเลือกซื้ออุปกรณ์แป้นพิมพ์(Keyboard)
         แป้นพิมพ์ที่จัดเป็นมาตรฐานคือแป้นพิมพ์ของไอบีเอ็มซึ่งใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์รุน XT/AT/386 และ PS2 มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ แบบต้นฉบับ 84 คีย์ และ แบบ 101 คีย์
         สำหรับแบบ 84 คีย์ รูปแบบการวางคีย์จะมีฟังก์ชันคีย์ (F1-F10) อยู่ทางซ้ายมือและคีย์ตัวเลขกับคีย์เคอร์เซอร์รวมกันอยู่ทางขวามือ ดังรูป
แต่สำหรับแบบ 101 คีย์ จะมีฟังก์ชันคีย์ (F1-F12) อยู่ด้านบนของแป้นพิมพ์และเพิ่มชุดคีย์เคอร์เซอร์อีกชุดหนึ่ง ตำแหน่งการวางคีย์ ของ Ctrl กับ CapsLock จะสลับที่กันซึ่งลักษณะนี้จะสร้างความลำบาก ให้กับผู้ที่เคยชินกับโปรแกรมเวิร์ดสตาร์ นอกจากนี้ยังได้เพิ่ม LED สำหรับแสดงสถานะของ NumLock, CapsLock, ScrollLock ส่วนรูปร่างของคีย์ ENTER จะเป็นรูปตัว L แทน แต่ในปัจจุบันนี้ทางบริษัทผู้ผลิตแป้นพิมพ์ได้พัฒนา และเพิ่มเติมลักษณะพิเศษต่างๆ เพื่อการแข่งขันในตลาดแป้นพิมพ์ เช่น แป้นพิมพ์แบบไม่ใช้ปุ่มกดแต่ใช้เป็นเยื่อ Membrane เพิ่มเติมอุปกรณ์บางอย่างเข้าไป เช่น มีแทร็กบอล มีเครื่องคิดเลข และเพิ่มขีดความสามารถของฟังก์ชันคีย์ ซึ่งสามารถกำหนดข้อความประจำให้กับคีย์แต่ละตัวตามต้องการ ที่เรียกว่า Macro สำหรับใช้งานในดอสหรือ ในโปรแกรมเวิร์ดสตาร์
แป้นพิมพ์แบบที่ใช้เยื่อเมมเบรนนั้นเกิดขึ้นมาครั้งที่เครื่อง Sinclair ซึ่งใช้ Z80 เป็นซีพียูออกมาแป้นพิมพ์แบบนี้ให้ความรู้สึกไม่สนิทใจในการกดคีย์ แต่อย่างไรก็ตามในสภาพแวดล้อมบางอย่าง เช่น ในโรงงานที่มักจะมีฝุ่นละออง หรือกับงานบางอย่างที่อาจต้องเสี่ยงกับการที่จะมีน้ำ หรือของเหลวหกใส่แป้นพิมพ์ แป้นพิมพ์แบบนี้จะเหมาะสม
เมาส์
         เมาส์เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลที่สำคัญอย่างหนึ่ง ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมใน ปัจจุบันมีแนวโน้มมาทางด้าน GUI (Graphic User Interface) มากสำหรับการติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้งาน เพราะไม่ต้องเรียนรู้การสั่งงานโปรแกรม และในบรรดาผู้ผลิตเมาส์ บริษัทไมโครซอฟต์ยึดครองตลาด ได้มากกว่าใคร ซึ่งเป็นผลให้เมาส์และไดรเวอร์เมาส์ ของไมโรซอฟต์กลายเป็นมาตรฐานผู้ผลิตรายอื่นจึงต้องผลิตเมาส์ที่อมแพตทิเบิ้ลกับเมาส์ของไมโครซอฟต์
         ก่อนจะกล่าวถึงคุณสมบัติต่างๆ ของเมาส์ก็จะกล่าวถึงประวัติของเมาส์กันก่อนเมาส์ตัวแรกได้รับการพัฒนาขึ้นเมื่อ 25 ปีที่แล้วต้นแบบทำด้วยไม้ และมีปุ่มกดเพียงปุ่มเดียว ดังรูป

การพัฒนาเมาส์เริ่มที่สถาบันวิจัยสแตนฟอร์ดในปี ค.ศ. 1963 โดย Doug Engelbart เขาพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ Augment ของเขา แนวความคิดเรื่องเมาส์ ของ Engelbart เป็นอิทธิพลผลักดันให้เกิดการพัฒนาเมาส์ที่ศูนย์วิจัยเซรอคซ์สตาร์ แอปเปิ้ล ลิซ่า แมคอินทอช ในเวลาต่อมานั่นเอง เมาส์ของ Engelbart นั้นจัดเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าสัญญาณอะนาลอกแบบง่ายๆ
ส่วนภายในตัวเมาส์ประกอบด้วยล้อเลื่อนเหล็กสองล้อ ซึ่งต่ออยู่กับแกนของความต้านทานเปลี่ยนค่าได้ ทั้งสองล้อ ในขณะที่ลากเมาส์เหล็กจะเลื่อนไปมาทำให้ความต้านทานเปลี่ยนค่าไป ซอฟแวร์ที่ควบคุมจะคอยอ่านค่าสัญญาณแรงดันที่เปลี่ยนแปลง แลัวทำการเคลื่อนย้ายเคอร์เซอร์บนจอภาพตามสัญญาณที่ได้
แนวความคิดในเรื่องการใช้เมาส์เริ่มขยายกว้างออกไป เมื่อศูนย์วิจัยเซร็อคสตาร์ ได้มอบหมายให้ Jack S. Hawley สร้างเมาส์ที่เป็นดิจิตอลตัวแรกขึ้นมา เมาส์ของ Hawley มีพื้นฐานอย่างเดียวกับของ Engelbart เพียงแต่เป็นดิจิตอลเท่านั้น ขณะเดียวกันทางศูนย์ก็ได้เร่งพัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ชื่อว่า "Alto" โดยนำเอาเมาส์ที่พัฒนาอยู่เข้ามาเป็นอุปกรณ์ส่วนหนึ่งของ Alto ด้วย แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเซร็อคสตาร์จะขายเครื่องได้ไม่มากเท่าไรนักในตลาด ก็นับได้ว่าเป็นการปูทางให้เกิดการพัฒนาเมาส์กับระบบไมโครคอมพิวเตอร์ในเวลาต่อมา         บริษัทไมโครซอฟต์เป็นผู้ผลิตเมาส์ให้กับตลาดไมโครคอมพิวเตอร์มากกว่าครึ่งหนึ่ง การพัฒนาเมาส์ของไมโครซอฟต์เริ่มจากบัสเมาส์ (เมาส์ที่ต้องมีการ์ดอินเตอร์เฟสต่ออยู่กับเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์) แล้วมาเป็นซีเรียลเมาส์ซึ่งต่อเข้ากับพอร์ตสื่อสารอนุกรม(RS232) และต่อมาก็ได้ทำการปรับปรุงบัสเมาส์ให้เป็นแบบอินพอร์ตชิพ ซึ่งเมาส์แบบนี้นั้นจะมีตัวโปรแกรม ควบคุมเมาส์หรือเมาส์ไดรเวอร์ที่สามารถควบคุมการทำงานของเมาส์ได้ดีขึ้นเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเมาส์ แต่อย่างไรก็ตามนอกจากบริษัทไมโครซอฟต์แล้วก็ยังมีบริษัท Logitech ซึ่งครองตลาดเมาส์ได้ส่วนหนึ่งเหมือนกัน และสำหรับบนเครื่อง PS2 ไอบีเอ็มก็ทำเมาส์ออกมาให้ใช้กับ PS2 ด้วย โดยเมาส์ของไอบีเอ็มจะต่อกับเครื่อง PS2 ผ่านทางช่องต่อซึ่งเตรียมเอาไว้ให้สำหรับเมาส์ โดยเฉพาะส่วนบริษัทไมโครซอฟต์เป็นบริษัทแรกที่ทำกล่องอะแดปเตอร์เพื่อให้เมาส์ของตัวเองใช้กับเครื่อง PS2 ของไอบีเอ็มได้ แต่ไอบีเอ็มก็ไม่ได้สนใจที่จะทำเมาส์สำหรับเครื่องพีซีเอกซ์ทีหรือเอทีเลย

จะเลือกเมาส์แบบไหนดี
บัสเมาส์นั้นจะต้องใช้ช่องสล็อตสำหรับเสียบการ์ดควบคุมเมาส์ ส่วนซีเรียลเมาส์ก็ต้องการใช้พอร์ตสื่อสารอนุกรมหนึ่งพอร์ต การเลือกใช้งานจะขึ้นอยู่กับจำนวนสล็อตและพอร์ตสื่อสารอนุกรมของเครื่องที่ใช้งานอย่ เมาส์ของบริษัทไมโครซอฟต์นั้นมีทั้งแบบบัสและแบบซีเรียล ด้านราคาและคุณภาพไม่ต่างกันมากนัก สำหรับเมาส์ที่มีข้อต่อแบบพิเศษ เช่น อินพอร์ตเมาส์ของไมโครซอฟต์ก็มีเครื่องที่ทำขั้วต่อรองรับอยู่ไม่กี่บริษัท เช่น ของ Compaq ในบางรุ่น
กลไกภายในของเมาส์
         กลไกของเมาส์ในปัจจุบันแบ่งได้ 3 แบบคือ Mechanical, Opto-mechanical และ แบบ Optical
         เมาส์แบบ Mechanical กลไกภายในประกอบด้วยลูกบอลยางที่กลิ้งไปมาได้เมื่อ ทำการเคลื่อนย้ายตัวเมาส์ ลูกบอลจะกดแนบกับลูกกลิ้งโดยแกนของลูกกลิ้งจะต่ออยู่กับจานที่ทำหน้าที่เป็น Encoder อีกทีหนึ่ง บนจานจะมีหน้าสัมผัสเป็นจุดๆ ขึ้นกับความละเอียดของเมาส์เมื่อจุดสัมผัสเลื่อนมาตรงแกนสัมผัส (Contact bar) ก็จะสร้างสัญญาณบอกไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งตัวโปรแกรมควบคุมเมาส์จะทำหน้าที่แปลเป็นการเคลื่อนที่ของเคอร์เซอร์อีกทีหนึ่ง ดังรูป


         เมาส์แบบ Opto-mechanical จะคล้ายคลึงกับแบบแรก เพียงแต่ตัวตรวจรับการเคลื่อนที่ ของจานจะใช้เป็น LED โดยบนจานถูกเจาะรูรอบๆขอบจาน มี LED อยู่ด้านหนึ่งของจานคอยทำหน้าที่กำเนิดแสง อีกฟากหนึ่งของจานก็จะมี Optotransistor ซึ่งทำหน้าที่ตรวจจับแสง
         เมาส์แบบ Optical จะต้องใช้ ประกอบกับแผ่นกรองพิเศษซึ่งมีผิวมันสะท้อนแสง และตารางเส้นแนวนอนและแนวตั้งตัดกัน เอาไว้สำหรับตรวจสอบการเคลื่อนที่ โดยเส้นตรงแต่ละแกนใช้ตรวจทิศทางการเคลื่อน แกนหนึ่งเป็นสีน้ำเงิน อีกแกนหนึ่งเป็นสีดำ ส่วนบนตัวเม้าส์จะมี LED สองตัวทำหน้าที่ให้กำเนิดแสงออกมา LED ดวงแรกให้กำเนิดแสงสีแดงซึ่งแถบสีน้ำเงินจะดูดกลืนแสงสีนี้ ส่วน LED อีกดวงจะให้กำเนิดแสงอินฟราเรดซึ่งแถบสีดำจะเป็นตัวดูดกลืน ตัวตรวจรับแสงเป้นทรานซิสเตอร์แสง สีที่ตรวจรับได้จะบอกถึงทิศทาง ส่วนช่วงของแสงที่หายไปจะบอกถึงระยะทางการเคลื่อนที่ ดังรูป
         เมาส์อีกแบหนึ่งซึ่งจะขอกล่าวเสริมคือเมาส์แบบล้อ(Wheel Mouse) ซึ่งโครงสร้างภายในจะกล่าวถึงเมาส์แบบ Mechanical โดยไม่มีลูกบอลมาสัมผัสกับลูกกลิ้งที่ต่อบนแกนหมุนอีกทีแต่ลูกกลิ้งจะถูกกดให้สัมผัสกับพื้นผิวโดยตรง ดังรูป
          เมาส์ส่วนใหญ่จะมีความละเอียดในการเคลื่อนที่อยู่ระหว่าง 100 ถึง 400 จุดต่อหนึ่งตารางนิ้ว (dpi) ถ้าเลือกเมาส์ที่มีความละเอียด 200 dpi แน่นอนได้เลยว่าเวลาใช้งานระยะในการเคลื่อนที่เมาส์ย่อมเร็วกว่าเมาส์ที่มีความละเอีด 400 dpi ในการทำให้เคอร์เซอร์บนจอภาพเคลื่อนที่ในระยะทางเท่าๆกัน ผู้ผลิตเมาส์ส่วนใหญ่ทราบดีว่าบริษัทไมโครซอฟต์เป็นผู้ครองตลาดเมาส์มากที่สุด ดังนั้นเมาสืที่นำออกจำหน่ายแข่งขันกับไมโครซอฟต์เมาส์ก็จำเป็นต้องออกแบบให้สามารถใช้งานได้อย่างน้อย 2 โหมดคือ โหมดของไมโครซอฟต์เมาส์และโหมดของตนเอง และตามปกติแล้วเมื่อเราซื้อเมาส์ ผู้ขายมักจะแถมหรือแจกซอฟแวร์มาด้วยเสมอ นับว่าเป็นสิ่งที่ช่วยในการตัดสินใจในการซื้อเมาส์
แทร็กบอล
         แทร็กบอลเป้นอุปกรณ์อินพุตอย่างหนึ่งที่คล้ายกับเมาส์ แต่พลิกเอาด้านล่างขึ้นมา คือมีลูกบอลด้านใหญ่อยู่ด้านบน การใช้งานกระทำโดยใช้นิ้วมือกลิ้งลูกบอลไปมาแทนที่เมาส์เคลื่อนที่ไปตามแบบเดิม มีบริษัทผู้ผลิตเมาส์หลายรายที่หันมาผลิตแทร็กบอลออก จำหน่าย แต่มีอยู่เพียง 2 บริษัทที่สามารถครองตลาดใหญ่ได้ คือ บริษัท Logitech และ Mouse Sytem ในขณะที่บริษัทไมโครซอฟต์ซึ่งครองตลาดเมาส์มากที่สุดกลับไม่สนใจที่จะหันมาผลิตแทร็กบอล เพราะไมโครซอฟต์เชื่อมั่นว่าเมาส์เป็นอุปกรณ์อินพุตที่ผู้ใช้ต้อง การใช้มากกว่าแทร็กบอล
         การพิจารณาเลือกใช้เมาส์หรือแทร็กบอลเป็นปัญหาที่ตอบได้ยาก ขึ้นอยู่กับการใช้งาน มากกว่ามีบางคนบอกว่าเมาส์เหมาะกับงานวาดหรืองานเขียนรูปภาพที่ต้องการความอิสระของมอ เหมือนกับจับปากกาหรือภู่กัน แต่แทร็กบอลจะเหมาะกับงานที่ต้องการวางจุดหรือตำเหน่งของรูปภาพที่แน่นอน เช่น โปรแกรมในพวก CAD แต่อย่างไรก็ตาม การออกแบบเมาส์และแทร็กบอลต่างก็คำนึงถึงสภาพการใช้งานของมือรวมทั้งแขนที่ต่างกันออกไป
         ทางด้านของเมาส์นั้นบริษัทไมโครซอฟต์ได้คุยเฟื่องเอาไว้ว่า เขาได้ออกแบบเมาส์ โดยพิจารณาถึงโครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อของแขนเป็นอย่างดีจึงได้เมาส์ที่รูปร่างเหมาะสม เมื่อเมาส์อยู่ในมือ ขอบของเมาส์จะพอดีกับฝ่ามือ คือนิ้วหัวแม่มือและนิ้วก้อย จะกระชับตัวเมาส์ได้พอดี และทำให้อยู่ในท่าที่ผ่อนคลาย ไม่งอหรือเกร็งจนเกินไป นิ้วทั้งสามนิ้วที่เหลือจะวางอยู่บนปุ่มกดทั้งสามปุ่ม ดังรูป
         การเคลื่อนที่เมาส์จะอาศัยกล้ามเนื้อสามส่วน คือ กล้ามเนื้อที่หัวไหล่ใช้สำหรับผลักและดันตัวเมาส์ กล้ามเนื้อเหนือท่อนแขนใชัสำหรับเลื่อนเมาส์ไปมาทางด้านข้าง และกล้ามเนื้อใต้ท่อนแขนใช้ในการปิดข้อมูลและควบคุมนิ้วมือ ดังรูป
ในกรณีของแทร็กบอลไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้กล้ามเนื้อแขนดังกล่าวทั้งหมด แต่ออกแบบมาเพื่อเป็นอุปกรณ์ลดพื้นที่ในการใช้งาน แต่อย่างไรก็ตามลักษณะของแทร็กบอลจะต้องมีส่วนนูน(คือลูกบอล) และเพื่อป้องกันความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อแขนที่ต้องอยู่นิ่งๆ การออกแบบจึงนำเอาลูกบอลและปุ่มกดวางไว้ด้านข้าง ถ้าผู้ใช้งานกำลังเลื่อนลูกบอลด้วยนิ้วในขณะนั้นก็จะไม่สามารถใชันิ้วกดปุ่มได้พร้อมๆกันทำนอง กลับกันถ้าเลื่อนลูกบอลด้วยฝ่ามือแทนนิ้วซึ่งแน่นอนนิ้วมือทั้งหมดต้องลอยขึ้นมา ทำให้ต้องเคลื่อนย้ายตำแหน่งนิ้วบ่อยๆ ในกรณีที่ต้องการกดปุ่ม ถ้าเป็นเมาส์จะพบปัญหาดังกล่าว เพราะการจับเมาส์นิ้วที่เหลือสามนิ้ว จะอยู่บนตัวเมาส์ และสัมผัสกับปุ่มกด พร้อมที่จะกดปุ่มได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดกับแทร็กบอลเกี่ยวกับรูปร่างมาตรฐานนั้นบริษัทผู้ผลิต แทร็กบอลก็ได้ทำการอกแบบแทร็กบอลเสียใหม่ เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องเหล่านั้น รูปร่างจะแตกต่างกันออกไปตามจุดประสงค์ของแต่ละบริษัท
แทร็กบอลที่มีจำหน่ายโดยส่วนใหญ่มักจะคอมแพตทิเบิ้ลกับเมาส์ของไมโครซอฟต์ มีความละเอียดตั้งแต่ 100 ถึง 400 dpi การเลือกซื้อยังต้องคำนึงถึงขนาด รูปร่าง รวมทั้ง ตำแหน่งที่ตั้งของปุ่มกด ซึ่งรูปที่ 20 เป็นรายละเอียดตารางของแทร็กบอล นอกจากนี้แล้วยังมีอุปกรณ์อินพุตอีกหลายชนิดที่ควรจะทราบเพื่อเป้นข้อมูลในการพิจารณาเลือซื้อให้เหมาะสมกับงานที่ทำอยู่

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบำรุงรักษาเครื่อง

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบำรุงรักษาเครื่อง

เมนบอร์ด
เมนบอร์ด มีส่วนประกอบหลัก ๆ ดังนี้ คือ ซีพียู ชิปเซ็ต ไบออส แรม รอม RTC (Real Time Clock) แบตเตอรี สล๊อตสำหรับเสียบการ์ดต่าง ๆ ความเสียหายที่เกิดกับเมนบอร์ดเป็นเรื่องที่แก้ไขค่อนข้างยาก ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการเปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่ แต่ปัญหาหนึ่งที่สามารถป้องกันได้ คือ ในเมนบอร์ดที่ใช้แบตเตอรีแบบที่รีชาร์จได้จะพบปัญหาน้ำกรดในแบตเตอรีรั่วซึมมากัดลายพรินต์บนเมนบอร์ด ทำให้เมนบอร์ดเสียหายจนถึงขั้นใช้งานไม่ได้ ปัญหานี้มักเกิดกับเครื่องที่มีอายุการใช้งานมามากกว่า 2 ปี หรือเครื่องที่ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน ทำให้แบตเตอรีเสื่อมคุณภาพ เกิดการรั่วซึมของกรด วิธีป้องกันทำได้ง่าย ๆ โดยการซื้อแบตเตอรี่มาเปลี่ยนใหม่ ซึ่งขั้นตอนการเปลี่ยนต้องอาศัยฝีมือในการเชื่อม ซึ่งคิดว่าคงไม่เกินความสามารถถ้ายากจะทดลองทำเอง
แรมและการ์ดวีจีเอ
ในกรณีที่เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ปรากฏว่าไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ตอบสนองจากเครื่องเลย นั้นแสดงว่าอาการอยู่ในขั้นโคม่า เรา ๆ ท่าน ๆ ที่เป็นแค่มือสมัครเล่นคงช่วยอะไรไม่ได้ แต่ถ้าเสียงตุ๊ด ตู๊ดจากลำโพง แสดงว่าความหวังยังมีอยู่ สิ่งแรกที่ควรทำการตรวจสอบคือแรม ลงหาแรมจากเครื่องที่อยู่ในสภาพดีมาเปลี่ยนดู สุดท้ายถ้ายังไม่ได้ผลก็ทดลองดึงการ์ดอินพุท-เอาพุทออก อาการดังกล่าวข้างต้นส่วนใหญ่เกิดจากแรม การ์ดวีจีเอ การ์ดอินพุท-เอาพุท แต่ถ้ายังไม่ได้ผลก็คงต้องส่งโรงหมอ
การ์ดวีจีเอและการ์ดข้างเคียงอื่น
การ์ดต่าง ๆ ที่เสียบอยู่ในสล็อตบนเมนบอร์ดนาน อาจมีปัญหาเกี่ยวกับการเดินของสัญญาณต่าง ๆ เนื่องจากที่ขาของการ์ดเหล่านี้อาจมีฝุ่นหรือออกไซด์ของโลหะ ที่ขัดขวางการเดินของสัญญาณ วิธีแก้ไขหายางลบดินสอมาสัก 1 แท่ง ถอดการ์ดต่าง ๆ ออก ใช้ยางลบขัดที่ขาของการ์ดเหล่านี้ ถ้าการวิเคราะห์ปัญหาของท่านถูกต้อง อาการต่าง ๆ ที่เคยรบกวนใจท่านอาจจะหายเป็นปลิดทิ้ง
ฟลอปปี้ดิสค์ไดร์ฟ
วันดีคืนดีฟลอปปี้ดิสค์ไดร์ฟของท่านที่เคยใช้อยู่ทุกวัน ก็เลิกทำงาน สาเหตุที่พบส่วนใหญ่เกิดจากหัวอ่านสกปรก เท่าที่พบปรากฎว่าอาการเสียจะเกิดเมื่อท่านนำแผ่นดิสค์ที่เก็บไว้นานแสนนานมาใช้ เมื่อส่งถึงมือช่างท่านก็จะบอกช่างว่าแผ่นดิสค์แผ่นนี้นาน ๆ จะใช้สักครั้งไม่น่าจะเป็นสาเหตุทำให้เครื่องเสียได้เลย แต่จริง ๆ แล้วแผ่นเหล่านี้คือต้นเหตุ แผ่นที่เก็บไว้นาน ๆ จะมีโอกาสเก็บความชื้นจากอากาศได้มาก เพราะภายในแผ่นจะมีกระดาษที่ทำหน้าที่ทำความสะอาดแผ่น ซึ่งสามารถเก็บความชื้นได้ดี ความชื้นสามารถทำให้พื้นผิวของแผ่นดิสค์ขึ้นสนิม เมื่อท่านใส่แผ่นพวกนี้เข้าไปในฟลอปปี้ดิสค์ จะมีเสียงคล้าย ๆ คำบอกลา หลังจากนั้นจะแสดงข้อความบอกความผิดพลาด อาการเช่นนี้ท่านใช้แค่แผ่นล้างกับน้ำยาแทบจะช่วยอะไรไม่ได้ ทางที่ดีท่านควรเปิดฝาเครื่องรื้อเอาฟลอปปี้ดิสค์ออกมา พร้อมทั้งหาทางเปิดฝาครอบด้านบนออก ใช้แผ่นล้างกับน้ำยา ในขณะที่ฟลอปปี้ดิสค์ทำงาน ให้ท่านกดที่หัวอ่าน-เขียน แล้วปล่อยสลับไปมาหลาย ๆ ครั้ง จนกว่าจะสะอาด
ในกรณีที่ท่านทำความสะอาดหัวอ่านจนน้ำยาหมดไปแล้ว 1 ขวด แต่อาการต่าง ๆ ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง ให้ท่านลองทำความสะอาดที่แกนซึ่งมีลักษณะเป็นเกลียวของสเตปปิงมอเตอร์ที่ใช้ควบคุมการเลื่อนของหัวอ่าน-เขียน โดยใช้สเปร์ยทำความสะอาดวงจรอีเล็คทรอนิกส์ ซึ่งมีจำหน่ายทั่วไปตามร้านขายเครื่องอีเล็กทรอนิกส์ ถ้าถึงขั้นนี้แล้วยังไม่มีอะไรดีขึ้น ก็ควรจะซื้อตัวใหม่มาเปลี่ยนได้แล้ว
คีย์บอร์ด
คีย์บอร์ดเป็นปัญหาหนึ่งที่คอยกวนใจผู้ใช้อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ เป็นอันมาก พิมพ์ 1 ตัว แถบมา 1 ตัว กดเบา ๆ ไม่ค่อยจะยอมรับรู้อะไร ต้องว่ากันแรง ๆ ถึงจะได้เรื่อง หรือกดแล้วเฉยก็ยังมี ปัญหาเหล่านี้อาจจะแก้ได้โดยวิธีการง่าย ๆ คีย์บอร์ดสมัยใหม่ส่วนใหญ่ใช้แผ่นยาง 2 แผ่นประกบกัน ตรงตำแหน่งของปุ่มบนแผ่นยางทั้งสองเคลือบด้วยคาร์บอนเพื่อใช้เป็นสื่อทางไฟฟ้า ความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากฝุ่น ดังนั้นท่านเพียงแต่ถอดคีย์บอร์ดออกมา ค่อย ๆ แยกแผ่นยางทั้งสองออกจากกัน ใช้แปรงขนนุ่ม ๆ ค่อย ๆ ปัดฝุ่นทำความสะอาดบนแผ่นยางทั้งสอง ประกอบคีย์บอร์ดให้อยู่ในสภาพเดิม ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดมันก็ควรจะใช้งานได้ดีกว่าเดิม
ในกรณีที่เป็นคีย์บอร์ดรุ่นเก่าที่เป็นแป้นพิมพ์มีลักษณะคล้ายสวิทช์ ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากรอยเชื่อมที่ตัวสวิทช์หลวม เนื่องจากสวิทช์แต่ละตัวผ่านการใช้งานมาไม่รู้กี่หมื่นกี่พันครั้ง วิธีแก้ไขให้เปิดฝาครอบด้านหลัง ใช้หัวแร้งจี้ที่ขาของแป้นพิมพ์ที่มีปัญหา ให้ตะกั่วที่ขาเกิดการหลอมละลาย และยึดขาเข้ากับแผงวงจรใหม่
เครื่องมันรวน
หลายโรงเรียนที่มีทุนทรัพย์ค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่นิยมใช้เครื่องเมดอินไทยแลนด์ อาจจะมาจากพันธุ์ทิพย์ หรือแหล่งอื่น ๆ สิ่งหนึ่งที่เราต้องยอมรับก็คือ ของราคาถูกคุณภาพก็ต้องถูกด้วย แต่คุณภาพไม่ได้แปรผันเป็นเส้นตรงกับเครื่องที่มีแบรนด์ทั้งหลาย ดังนั้นเครื่องโลคอลแบรนด์ ก็ยังคงเป็นที่นิยมกันอยู่ หลายท่านคงเคยเจอปัญหานี้คือ เครื่องของท่านมันรวนจนวิเคราะห์ไม่ได้ว่าสาเหตุมาจากฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ เพราะซอฟต์แวร์ที่มีไลเซนต์ก็ไม่มีเงินซื้อ ลองหมดทุกกระบวนท่าแล้วก็ยังไม่หาย แต่สิ่งหนึ่งที่หลาย ๆ ท่านมักจะลืมกัน คือ เพาเวอร์ซัพพลาย เพราะเพาเวอร์ซัพพลายเป็นแหล่งพลังงานสำหรับอุปกรณ์ทุกชิ้นในระบบ เพราะฉะนั้นถ้าส่วนนี้ทำงานผิดพลาด ไม่ว่าท่านจะแก้ไขที่ฮาร์ดแวร์ หรือซอฟต์แวร์ มันก็ไม่มีทางที่จะหายได้ เพราะฉะนั้นถ้าท่านตรวจสอบหมดทุกกระบวนท่าแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ผล อย่าลืมนึกถึงเพาเวอร์ซัพพลายด์
ปัญหาจากไดร์เวอร์ของการ์ด S3 บางรุ่นกับเครื่องพิมพ์ตระกูล LQ ของ Epson
ปัญหานี้เป็นเรื่องที่ชวนปวดหัวมากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าไดร์เวอร์ของการ์ดวีจีเอ ไปเกี่ยวกับขบวนการพิมพ์ได้อย่างไร ปัญหาที่พบคือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ติดตั้งการ์ด S3 พร้อมไดร์เวอร์ กำหนดสีเป็น 256 สี ต่ออยู่กับเครื่องพิมพ์ Epson LQ 1170  ไดร์เวอร์ที่ใช้คือ ESC/P 1170  ผลจากการพิมพ์ปรากฏว่าตัวอักษรตัวสุดท้ายของบรรทัดหายไปครึ่งตัว หาทางแก้ไขอยู่นานก็ไม่สำเร็จ ลองโทรไปถามตัวแทนจำหน่าย เขาก็โอนสายไปยังช่างเทคนิคชาวไต้หวันที่พูดไทยได้ 2-3 คำ พูดอังกฤษได้เยอะ กับเราซึ่งพูดอังกฤษได้ 2-3 คำ กับภาษาไทยสันทัดมาก เลยคุยกันไม่รู้เรื่องและสู้ค่าโทรทางไกลไม่ไหว เลยลอยมามั่วดูใหม่ ปรากฏว่ายูเรกาพบแล้ว คือถ้ากำหนดสีเป็น 16 สี การพิมพ์ก็เป็นปกติดี แต่ปัญหาก็ยังมีอยู่ก็คือ 16 สี จะใช้กับโปรแกรมประเภทมัลติมีเดียไม่ได้ ก็เลยต้องมาลองผิด-ลองถูกกันใหม่ สรุปได้ว่าเราสามารถกำหนดสีเป็น 256 สี หรือมากกว่าได้ แต่ไดร์เวอร์ของเครื่องพิมพ์ต้องเป็น LQ รุ่นเก่า ลองติดตั้งเป็น LQ 2500 ปรากฏว่าใช้การได้ดีไม่มีปัญหา ไม่ทราบว่าท่านเคยพบปัญหานี้กันบ้างหรือเปล่า
Windows 95 กับเครื่องพิมพ์แบบ Dot Matrix
หลายท่านเพิ่งจะอพยพขึ้นมาอยู่บน Windows 95 แต่แล้วเหตุการณ์ที่ชวนให้ผิดหวังก็บังเกิด นั้นคือเวลาพิมพ์มันก็พิมพ์ออกมาได้ปกติ แต่สิ่งที่ปรากฏมันไม่ต่างไปจากขยะ เพราะมันใช้สื่อความหมายไม่ได้ ปัญหานี้เกิดจากพอร์ตของเครื่องพิมพ์ ณ ขณะนี้ในพีซีที่เราท่านใช้อยู่มีพอร์ตเครื่องพิมพ์อยู่ 3 ประเภท คือ SPP เป็นของเก่าดั้งเดิม ส่งข้อมูลได้ช้า สื่อสารได้ทางเดียว ประเภทที่สอง EPP เป็นการขยายความสามารถของแบบเก่าให้สามารถส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น มีการสื่อสารสองทาง ประเภทที่สาม ECP พัฒนาโดยบริษัท HP เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบโดยรวม ที่สำคัญคือช่วยเสริมประสิทธิภาพของเครื่องพิมพ์ที่ผลิตโดย HP เครื่องแบบ Dot Matrix ควรกำหนดพอร์ตแบบใด คำตอบก็คือ SPP แล้วกำหนดที่ไหน งานนี้ต้องเข้าไปกำหนดที่ CMOS ท่าน ๆ ที่ชอบเรื่องฮาร์ดแวร์ หรือชอบทำอะไรด้วยตนเองคงคุ้นกับ CMOS เป็นอย่าง ลองหาดูว่าอยู่ที่ใด
สำหรับท่านที่นิยมใช้อุปกรณ์ต่อพ่วงที่ต้องอาศัยพอร์ตเครื่องพิมพ์เป็นทางผ่าน อาทิเช่น Zip drive เครื่องเขียนแผ่นซีดี สแกนเนอร์ ท่านต้องศึกษาว่าอุปกรณ์ของท่านต้องการพอร์ตเครื่องพิมพ์แบบใดใน 3 ประเภทข้างต้น และกำหนดให้ตรงตามที่ระบุ จะทำให้ท่านได้ประสิทธิภาพของอุปกรณ์เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

จตุรัสเทคโนโลยี : DSVD โมเด็มยุคใหม่

จตุรัสเทคโนโลยี : DSVD โมเด็มยุคใหม่


โมเด็มเป็นอุปกรณ์ประกอบสำคัญอย่างยิ่งสำหรับพีซีในยุคของข่าวสารข้อมูล โมเด็มรุ่นแรก ๆ มีความเร็วต่ำ แต่ได้พัฒนาความเร็วขึ้นมาเป็นลำดับ จนปัจจุบันถือได้ว่าโมเด็ม V.34 ที่ความเร็ว 28800 bps เป็นมาตรฐานที่เหมาะสมกับการใช้งานในปัจจุบัน เทคโนโลยีของโมเด็มก้าวสู่ยุคถัดมาเมื่อเพิ่มฟังก์ชันแฟกซ์ให้โมเด็มสามารถรับส่งโทรสารได้
โมเด็ม V.34 สามารถส่งข้อมูลที่ความเร็ว 28800 bps แต่ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานใดก็ตาม ขณะที่ใช้โมเด็มรับส่งข้อมูลย่อมไม่สามารถใช้สายเพื่อสนทนาโทรศัพท์ได้ หรือเมื่อใช้สายโทรศัพท์อยู่ก็ไม่สามารถใช้โมเด็มได้ การรับส่งข้อมูลพร้อมกับการใช้สายเพื่อสนทนาจึงเป็นไปไม่ได้สำหรับโมเด็มทั่วไป ยกเว้นกับโมเด็มในรูปแบบใหม่ หรือ DSVD

DSVD คืออะไร

DSVD (Digital Simulteneous Voice Data) เป็นโมเด็มยุคใหม่ที่สามารถรับส่งข้อมูลกับโมเด็มปลายทาง พร้อมกับยกหูโทรศัพท์เพื่อสนทนากับผู้รับที่เบอร์นั้นได้ในเวลาเดียวกัน หรือในทำนองกลับกันคือ เมื่อหมุนเลขหมายและสนทนากับผู้รับปลายทางอยู่ ก็สามารถสั่งให้โมเด็มส่งถ่ายข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรากับคอมพิวเตอร์ที่เบอร์ปลายทางได้โดยไม่ต้องวางหูโทรศัพท์การรับส่งข้อมูลด้วยโมเด็มพร้อมกับการใช้สายสนทนาจะเกิดขึ้นได้เมื่อทั้งโมเด็มต้นทางและปลายทางต้องเป็นโมเด็ม DSVD ทั้งคู่

DSVD ประโยชน์ที่เหนือกว่าโมเด็มธรรมดา

หากเรานึกถึงสถานการณ์ที่กำลังใช้โมเด็มติดต่อรับส่งข้อมูลอยู่ เมื่อต้องการสนทนากับผู้ใช้ปลายทางก็จำเป็นต้องใช้โทรศัพท์อีกหมายเลขหนึ่ง นั่นคือทั้งคู่จะต้องมีโทรศัพท์เตรียมพร้อมไว้อย่างน้อย 2 เลขหมาย เพื่อใช้งานแยกจากกัน ถึงแม้ว่าการมีโทรศัพท์สองหมายเลขอาจไม่ใช่เรื่องแปลกนักในปัจจุบัน แต่ก็ต้องลงทุนจ่ายเงินซื้อโทรศัพท์ 2 เครื่อง อีกทั้งต้องเสียค่าบริการรายเดือนเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
DSVD เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้และสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ตัวอย่างเช่น การใช้ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูลส่วนตัวประเภท "Audio Graphics Conference" ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่เชื่อมพีซีสองเครื่องเข้าด้วยกันผ่านโมเด็ม ซอฟต์แวร์จะจัดหน้าจอให้ผู้ใช้ทั้งคู่มองเห็นข้อมูลชุดเดียวกันเมื่อใครคนหนึ่งแก้ไขข้อมูลบนจอภาพของตัวเอง ข้อมูลบนจอของอีกฝ่ายหนึ่งก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ขณะเดียวกันก็สามารถใช้โทรศัพท์ปรึกษางานร่วมกันแก้ไขข้อมูลนั้นได้
DSVD ช่วยให้บริษัทซอฟต์แวร์สามารถให้บริการลูกค้าแบบออนไลน์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เช่น ในกรณีที่ลูกค้าโทรศัพท์มาปรึกษาปัญหาซอฟต์แวร์และพบปัญหาว่าต้องปรับไดรเวอร์เป็นรุ่นใหม่ หากทั้งคู่ใช้ DSVD ก็สามารถสั่งให้โมเด็มเชื่อมเข้าหากันโดยไม่ต้องวางหูโทรศัพท์ ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดไดรเวอร์รุ่นใหม่และทดลองติดตั้งในเวลานั้นได้ทันทีไปจนกว่าจะเสร็จงาน
หากลองนึกถึงประโยชน์ในแง่ความบันเทิง ปัจจุบันมีเกมที่เล่นเป็นคู่ทางเครือข่ายหรือทางโมเด็มแพร่หลายมากมาย เมื่อต้องการเล่นเกมกับเพื่อนทางโทรศัพท์ก็เพียงแต่หมุนหมายเลขและเปิดเครื่องเล่นเกมผ่านโมเด็มได้ทันที โดยไม่ต้องหมุนโทรศัพท์ซ้ำ จนกระทั่งจบเกมแล้วก็สามารถตัดการเชื่อมต่อของโมเด็ม โดยยังสามารถคุยโทรศัพท์ต่อไปได้อีก

การติดตั้งและใช้งาน

การติดตั้ง DSVD เข้ากับคอมพิวเตอร์ยังคงใช้รูปแบบการต่อเชื่อมเหมือนกับโมเด็มปกติทั่วไป ดังรูปที่ 1 โมเด็ม DSVD จะทำงานตามคุณสมบัติของ DSVD ได้เมื่อโมเด็มปลายทางเป็น DSVD เช่นเดียวกัน ในกรณีโมเด็มปลายทางเป็นโมเด็มปกติ ตัวโมเด็มที่เป็น DSVD จะทำงานเสมือนกับเป็นโมเด็มมาตรฐานธรรมดาตัวหนึ่ง

DSVD สามารถตรวจสอบว่าโมเด็มปลายทางเป็น DSVD หรือไม่ โดยการส่งรหัสเริ่มต้น (Init String) ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะ (รหัส AT-SSE=1) หากปลายทางเป็นโมเด็มธรรมดาจะไม่รับทราบถึงความหมายของรหัสเริ่มต้น และจะตอบกลับด้วยรหัส "ERROR" ทำให้ DSVD ต้นทางตรวจรู้ว่าปลายทางเป็นโมเด็มธรรมดา หากปลายทางเป็นโมเด็ม DSVD ก็สามารถปรับตั้งค่าให้เตรียมพร้อมสำหรับการรับส่งข้อมูลพร้อมกับใช้สายโทรศัพท์ได้

หลักการของ DSVD

DSVD ในปัจจุบันออกแบบให้รับส่งข้อมูลได้ที่ความเร็ว 28800 bps ตามมาตรฐาน V.34 แต่ว่าเมื่อใช้สายโทรศัพท์และรับส่งข้อมูลไปพร้อมกัน โมเด็มจะแยกสัญญาณออกเป็นสองช่องโดยกันช่องสัญญาณเสียงไว้ 9600 bps และช่องสัญญาณข้อมูลที่ 19200 bps เมื่อวางหูโทรศัพท์เลิกสนทนา ช่องสัญญาณข้อมูลจะขยายขึ้นไปเป็น 28800 bps ทำให้รับส่งข้อมูลได้เต็มพิกัด ด้วยคุณสมบัติในรูปแบบนี้ผู้ใช้งานสามารถปล่อยให้โมเด็มรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงสุด โดยเพียงแต่งดใช้สายโทรศัพท์เท่านั้น
ในขณะที่โมเด็มอยู่ระหว่างการรับส่งข้อมูลอย่างเดียวที่ความเร็ว 28000 bps ทั้งสองฝ่ายสามารถยกหูและวางหูโทรศัพท์เพื่อสนทนาได้ตลอดเวลาโดยไม่จำกัด เมื่อคู่สนทนาคนหนึ่งยกหูโทรศัพท์ขึ้น โมเด็มปลายทาง โมเด็มก็จะส่งสัญญาณเตือนว่าต้นทางต้องการสนทนาด้วย (สัญญาณเตือนอาจแตกต่างกันไปตามแต่ผู้ผลิต) และในทำนองกลับกัน หากกำลังใช้สายเพื่อสนทนาอยู่ก็สามารถสั่งให้โมเด็มรับส่งหรือยกเลิกการรับส่งข้อมูลได้ทุกจังหวะ โดยไม่กระทบกระเทือนต่อการสนทนาแต่อย่างใด DSVD จะตัดการเชื่อมต่อโดยสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อไม่มีการส่งทั้งเสียงและข้อมูลใด ๆ
โดยสรุปแล้วโมเด็ม DSVD มีสถานะการทำงานแยกออกได้เป็น 3 สถานะคือ
1. ใช้โทรศัพท์อย่างเดียว (Analog Voice State) โมเด็มจะปล่อยสัญญาณเสียงผ่านไปยังโทรศัพท์ตามปกติ
2. ใช้รับส่งข้อมูลอย่างเดียว (DSVD Data State) โมเด็มทำหน้าที่เหมือนกับโมเด็มรับส่งข้อมูลปกติ
3. ใช้รับส่งข้อมูลและโทรศัพท์พร้อมกัน (DSVD State) โมเด็มจะสุ่มสัญญาณเสียงโทรศัพท์แล้วบีบอัดแบบดิจิตอลแล้วผนวกสัญญาณ (multiplex) เข้ากับข้อมูลด้วยโปรโตคอล V.42/LAP-M

พันธมิตร DSVD

DSVD เป็นโมเด็มที่กำเนิดมาจากความร่วมมือกันของห้าบริษัทชั้นนำ ได้แก่ อินเทล, ครีเอทีฟ แล็บ, ร็อคเวลล์, ยูเอสโรบอติค และเฮยส์ ก่อให้เกิดระบบการผลิตแบบครบวงจรได้คือ อินเทลและร็อคเวลล์เป็นผู้ผลิตชิพยูเอสโรบอติคและเฮยส์เป็นผู้ผลิตโมเด็ม และครีเอทีฟ แล็บเน้นด้านมัลติมีเดียและผลิตโมเด็มด้วย
การรวมตัวกันของทั้งห้าบริษัทถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะผลักดันให้ DSVD เติบโตในตลาดได้เนื่องจากประโยชน์ของ DSVD จะมีขึ้นต่อเมื่อใช้งานกับ DSVD ด้วยกันเท่านั้น หากแต่ละบริษัทแยกกันพัฒนาเทคนิคเป็นของตนเอง ย่อมสร้างปัญหาโมเด็มทำงานร่วมกันไม่ได้ ผลเสียที่ตามมาคือ DSVD จะไม่สามารถเปิดตลาดโมเด็มยุคใหม่ได้

ปัจจุบันและอนาคตของ DSVD

DSVD กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาให้เป็นมาตรฐานหนึ่งของ ITU ในขณะเดียวกันก็มีกลุ่มทำงานของ ITU อีกหลายกลุ่มที่กำลังพัฒนาเทคนิคใหม่เพิ่มเติมจากเดิม เช่น การผนวกเสียง ข้อมูล และวิดีโอเข้าไปพร้อมกัน หรือการพัฒนาโมเด็มให้สามารถส่งแฟกซ์พร้อมกัาบใช้โทรศัพท์ได้ การพัฒนา DSVD อีกแนวทางหนึ่งคือ เพิ่มขีดความสามารถให้ DSVD ประมวลสัญญาณเสียงได้ด้วย ซึ่งหมายถึงว่าผู้ใช้โมเด็มสามารถใช้ซอฟต์แวร์เพื่อตกแต่งเสียงพูดก่อนส่งไปในสายได้
บริษัทผู้นำด้านโมเด็มต่างทยอยวางจำหน่ายโมเด็ม DSVD แล้ว เช่น
- ยูเอสโรบอติค (US Robotics Sporster Vi DSVD 28.8)
- เฮยส์ (Hayes Accura 288 V.34 DSVD)
- สมาร์ตวัน (Smart One 288 LXDSVE)

ยังมีบริษัทอีกหลายรายเริ่มนำชิพของร็อคเวลล์และอินเทลไปผลิตโมเด็มจำหน่ายหรือแม้กระทั่งบริษัทเอทีแเอนด์ทีก็ผลิตชิพ DSVD (AT&T Catamaran) ออกมาแข่งขันในตลาดด้วยเช่นกัน

ระบบปฏิบัติการ widow 95 คืออะไร ?

ระบบปฏิบัติการ widow 95 คืออะไร ?

ระบบปฏิบัติการ window 95 เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้ในการจัดการและควบคุมการทำงานต่าง ๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น การัดการเกี่ยวกับการแสดงบนจอภาพ รับข้อมูลทางแป้นพิมพ์หรือเมาส์ การจัดการเกี่ยวกับแฟ้มข้อมูล การพิมพ์แฟ้มข้อมูล การทำสำเนาแฟ้มข้อมูล การเปลี่ยนชื่อแฟ้มข้อมูล การเก็บแฟ้มข้อมูล การติดตั้งโปรแกรม เป็นต้น

รูปแสดง หน้าจอของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 95
การทำงานของวินโดวส์จะแสดงโดยใช้รูปภาพเล็ก ๆ หรือที่เราเรียกว่า ไอคอน (icon) สื่อความหมายตามคำสั่งของโปรแกรม ซึ่งจะทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น โปรแกรมวินโดวส์นี้ จะจำลองการทำงานบนจอภาพให้มีลักษณะเหมือนกับโต๊ะทำงาน คือ มีปฏิทินตั้งโต๊ะ นาฬิกา เครื่องคิดเลข หรืออาจมีเอกสารวางซ้อนทับกัน  โดยโปรแกรมจะกำหนดให้อุปกรณ์แต่ละชิ้นมีกรอบสี่เหลี่ยมล้อมรอบ และกรอบที่ว่าเรียกว่า หน้าต่าง สามารถเปิด-ปิด และยังสามารถเปิดงานขึ้นทำงานในขณะเดียวกันได้มากกว่า 1 งาน เรียกว่า ระบบหลายภารกิจ (multitasking)คุณสมบัติของวินโดวส์ 95
  1. หน้าต่างของ วินโดวส์ 95 ได้ปรับปรุงให้อยู่ในรูปแบบที่ผู้ใช้สามารถติดต่อใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ง่าย (new user interface) ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น
  2. วินโดวส์ 95 จะทำการตรวจสอบอุปกรณ์ที่ติดตั้งใหม่และทำการกำหนดข้อมูลในระบบให้อย่างอัตโนมัติ (plug and play)
  3. วินโดวส์ 95 สนับสนุนการทำงานแบบสื่อประสม โดยมีดปรแกรมจัดการเกี่ยวกับเรื่องวีดีทัศน์ (video for windows) และแฟ้มข้อมูลในแผ่นซีดี (CD-ROM file system)
  4. วินโดวส์ 95 มีระบบการด้านการติดตั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ที่ไม่ยุ่งยาก ระบบสนับสนุนการเชื่อมต่อสถานีปลายทางไปยังเครือข่ายต่าง ๆ รวมทั้งสามารถต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตได้ด้วย

ซอฟเเวร์คืออะไร

ซอฟท์แวร์ คืออะไร ?


ความจำเป็นของการใช้ซอฟต์แวร์




ซอฟต์แวร์ (software) หมายถึงชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ใช้สั่งงานให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ซอฟต์แวร์จึงหมายถึงลำดับขั้นตอนการทำงานที่เขียนขึ้นด้วยคำสั่งของคอมพิวเตอร์ คำสั่งเหล่านี้เรียงกันเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จากที่ทราบมาแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทำงานตามคำสั่ง การทำงานพื้นฐานเป็นเพียงการกระทำกับข้อมูลที่เป็นตัวเลขฐานสอง ซึ่งใช้แทนข้อมูลที่เป็นตัวเลข ตัวอักษร รูปภาพ หรือแม้แต่เป็นเสียงพูดก็ได้
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้สั่งงานคอมพิวเตอร์จึงเป็นซอฟต์แวร์ เพราะเป็นลำดับขั้นตอนการทำงานของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งทำงานแตกต่างกันได้มากมายด้วยซอฟต์แวร์ที่แตกต่างกัน ซอฟต์แวร์จึงหมายรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทุกประเภทที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้
การที่เราเห็นคอมพิวเตอร์ทำงานให้กับเราได้มากมาย เพราะว่ามีผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาให้เราสั่งงานคอมพิวเตอร์ ร้านค้าอาจใช้คอมพิวเตอร์ทำบัญชีที่ยุ่งยากซับซ้อน บริษัทขายตั๋วใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในระบบการจองตั๋ว คอมพิวเตอร์ช่วยในเรื่องกิจการงานธนาคารที่มีข้อมูลต่าง ๆ มากมาย คอมพิวเตอร์ช่วยงานพิมพ์เอกสารให้สวยงาม เป็นต้น การที่คอมพิวเตอร์ดำเนินการให้ประโยชน์ได้มากมายมหาศาลจะอยู่ที่ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์จึงเป็นส่วนสำคัญของระบบคอมพิวเตอร์ หากขาดซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ก็ไม่สามารถทำงานได้ ซอฟต์แวร์จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น และมีความสำคัญมาก และเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ทำให้ระบบสารสนเทศเป็นไปได้ตามที่ต้องการ
ซอฟท์แวร์และภาษาคอมพิวเตอร์


เมื่อมนุษย์ต้องการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการทำงาน มนุษย์จะต้องบอกขั้นตอนวิธีการให้คอมพิวเตอร์ทราบ การที่บอกสิ่งที่มนุษย์เข้าใจให้คอมพิวเตอร์รับรู้ และทำงานได้อย่างถูกต้อง จำเป็นต้องมีสื่อกลาง ถ้าเปรียบเทียบกับชีวิตประจำวันแล้ว เรามีภาษาที่ใช้ในการติดต่อซึ่งกันและกัน เช่นเดียวกันถ้ามนุษย์ต้องการจะถ่ายทอดความต้องการให้คอมพิวเตอร์รับรู้และปฏิบัติตาม จะต้องมีสื่อกลางสำหรับการติดต่อเพื่อให้คอมพิวเตอร์รับรู้ เราเรียกสื่อกลางนี้ว่าภาษาคอมพิวเตอร์
เนื่องจากคอมพิวเตอร์ทำงานด้วยสัญญาณทางไฟฟ้า ใช้แทนด้วยตัวเลข 0 และ 1 ได้ ผู้ออกแบบคอมพิวเตอร์ใช้ตัวเลข 0 และ 1 นี้เป็นรหัสแทนคำสั่งในการสั่งงานคอมพิวเตอร์ รหัสแทนข้อมูลและคำสั่งโดยใช้ระบบเลขฐานสองนี้ คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ เราเรียกเลขฐานสองที่ประกอบกันเป็นชุดคำสั่งและใช้สั่งงานคอมพิวเตอร์ว่าภาษาเครื่อ
การใช้ภาษาเครื่องนี้ถึงแม้คอมพิวเตอร์จะเข้าใจได้ทันที แต่มนุษย์ผู้ใช้จะมีข้อยุ่งยากมาก เพราะเข้าใจและจดจำได้ยาก จึงมีผู้สร้างภาษาคอมพิวเตอร์ในรูปแบบที่เป็นตัวอักษร เป็นประโยคข้อความ ภาษาในลักษณะดังกล่าวนี้เรียกว่า ภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูง ภาษาระดับสูงมีอยู่มากมาย บางภาษามีความเหมาะสมกับการใช้สั่งงานการคำนวณทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ บางภาษามีความเหมาะสมไว้ใช้สั่งงานทางด้านการจัดการข้อมูล
ในการทำงานของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะแปลภาษาระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่อง ดังนั้นจึงมีผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับแปลภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่อง โปรแกรมที่ใช้แปลภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่องเรียกว่า คอมไพเลอร์ (compiler) หรืออินเทอร์พรีเตอร์ (interpreter)
คอมไพเลอร์จะทำการแปลโปรแกรมที่เขียนเป็นภาษาระดับสูงทั้งโปรแกรมให้เป็นภาษาเครื่องก่อน แล้วจึงให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามภาษาเครื่องนั้น
ส่วนอินเทอร์พรีเตอร์จะทำการแปลทีละคำสั่ง แล้วให้คอมพิวเตอร์ทำตามคำสั่งนั้น เมื่อทำเสร็จแล้วจึงมาทำการแปลคำสั่งลำดับต่อไป ข้อแตกต่างระหว่างคอมไพเลอร์กับอินเทอร์พรีเตอร์จึงอยู่ที่การแปลทั้งโปรแกรมหรือแปลทีละคำสั่ง ตัวแปลภาษาที่รู้จักกันดี เช่น ตัวแปลภาษาเบสิก ตัวแปลภาษาโคบอล
ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์จึงเป็นส่วนสำคัญที่ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ให้ดำเนินการตามแนวความคิดที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว คอมพิวเตอร์ต้องทำงานตามโปรแกรมเท่านั้น ไม่สามารถทำงานที่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในโปรแกรม
ชนิดของซอฟต์แวร์


ในบรรดาซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีผู้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์มีมากมาย ซอฟต์แวร์เหล่านี้อาจได้รับการพัฒนาโดยผู้ใช้งานเอง หรือผู้พัฒนาระบบ หรือผู้ผลิตจำหน่าย หากแบ่งแยกชนิดของซอฟต์แวร์ตามสภาพการทำงาน พอแบ่งแยกซอฟต์แวร์ได้เป็นสองประเภท คือ ซอฟต์แวร์ระบบ (system software) และซอฟต์แวร์ประยุกต์ (application software)

การ<wbr>แบ่ง<wbr>ชนิด<wbr>ของ<wbr>ซอฟต์แวร์<wbr>

ซอฟท์แวร์ระบบ


คอมพิวเตอร์ประกอบด้วย หน่วยรับเข้า หน่วยส่งออก หน่วยความจำ และหน่วยประมวลผล ในการทำงานของคอมพิวเตอร์จำเป็นต้องมีการดำเนินงานกับอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น ดังนั้นจึงต้องมีซอฟต์แวร์ระบบเพื่อใช้ในการจัดการระบบ หน้าที่หลักของซอฟต์แวร์ระบบประกอบด้วย
  1. ใช้ในการจัดการหน่วยรับเข้าและหน่วยส่งออก เช่น รับการกดแป้นต่าง ๆ บนแผงแป้นอักขระ ส่งรหัสตัวอักษรออกทางจอภาพหรือเครื่องพิมพ์ ติดต่อกับอุปกรณ์รับเข้า และส่งออกอื่น ๆ เช่น เมาส์ อุปกรณ์สังเคราะห์เสียง
  2. ใช้ในการจัดการหน่วยความจำ เพื่อนำข้อมูลจากแผ่นบันทึกมาบรรจุยังหน่วยความจำหลัก หรือในทำนองกลับกัน คือนำข้อมูลจากหน่วยความจำหลักมาเก็บไว้ในแผ่นบันทึก
  3. ใช้เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้งานกับคอมพิวเตอร์ สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่น การขอดูรายการสารบบในแผ่นบันทึก การทำสำเนาแฟ้มข้อมูล
ซอฟต์แวร์ระบบพื้นฐานที่เห็นกันทั่วไป แบ่งออกเป็นระบบปฏิบัติการ และตัวแปลภาษา ซอฟต์แวร์ทั่งสองประเภทนี้ทำให้เกิดพัฒนาการประยุกต์ใช้งานได้ง่ายขึ้น


ซอฟท์แวร์ประยุกต์


การที่เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการที่มีคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ทำให้มีการใช้งานคล่องตัวขึ้น จนในปัจจุบันสามารถนำคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ติดตัวไปใช้งานในที่ต่าง ๆ ได้สะดวก
การใช้งานคอมพิวเตอร์ต้องมีซอฟตืแวร์ประยุกต์ ซึ่งอาจเป็นซอฟต์แวร์สำเร็จที่มีผู้พัฒนาเพื่อใช้งานทั่วไปทำให้ทำงานได้สะดวกขึ้น หรืออาจเป็นซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะ ซึ่งผู้ใช้เป็นผู้พัฒนาขึ้นเองเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการทำงานของตน